นโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Privacy Notice)

สำหรับบุคคลที่อาจเป็นลูกค้า ลูกค้าปัจจุบัน และบุคคลที่เกี่ยวข้อง

1.  วัตถุประสงค์และขอบเขต

บริษัท มีที่ มีเงิน จำกัด (“บริษัทฯ”) ยึดมั่นในการปฏิบัติหน้าที่ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (“พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล”)                


โดยประกาศความเป็นส่วนตัวฉบับนี้จัดทำขึ้นเพื่อช่วยให้ท่านเข้าใจแนวปฏิบัติของบริษัทฯ ในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน (ตามที่นิยามไว้ด้านล่างนี้) รวมทั้ง   
อธิบายเหตุผลและวิธีการของบริษัทฯ ในการเก็บรวบรวม ใช้ เปิดเผย โอนไปยังต่างประเทศ และ/หรือ ดำเนินการด้วยวิธีอื่นใด (รวมเรียกว่า “ประมวลผล”) ซึ่งข้อมูลส่วน 
บุคคลของท่าน และอธิบายสิทธิที่ท่านมีเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน รวมถึงสิทธิในการปกป้องข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าว

ประกาศความเป็นส่วนตัวฉบับนี้ใช้บังคับกับการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของบุคคลที่อาจเป็นลูกค้า ลูกค้าปัจจุบัน และบุคคลที่เกี่ยวข้อง โดยบรรดาบุคคลที่เกี่ยวข้อง      


ทุกฝ่ายควรอ่านและทำความเข้าใจ รวมถึงทบทวนประกาศความเป็นส่วนตัวฉบับนี้อย่างสม่ำเสมอเพื่อที่จะได้มีความเข้าใจเกี่ยวกับการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน 
อย่างถ่องแท้


ในประกาศความเป็นส่วนตัวฉบับนี้

ข้อมูลส่วนบุคคล” หมายถึง ข้อมูลใด ๆ เกี่ยวกับบุคคลธรรมดาที่ยังมีชีวิตอยู่ ซึ่งสามารถทำให้ระบุตัวบุคคลนั้นได้ด้วยข้อมูลนั้นเอง หรือเมื่อนำข้อมูลนั้นไปรวมกับข้อมูลอื่นก็ตาม

ข้อมูลส่วนบุคคลที่อ่อนไหว” หมายถึง ข้อมูลส่วนบุคคลใด ๆ เกี่ยวกับเชื้อชาติ เผ่าพันธุ์ ความคิดเห็นทางการเมือง ลัทธิ ความเชื่อในลัทธิศาสนาหรือปรัชญา พฤติกรรมทางเพศ ประวัติอาชญากรรม ข้อมูลสุขภาพ ความพิการ ข้อมูลสหภาพแรงงาน ข้อมูลพันธุกรรม และข้อมูลชีวภาพของบุคคล หรือข้อมูลอื่นใดที่กระทบต่อเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลในทำนองเดียวกัน ซึ่งมีความละเอียดอ่อนและสุ่มเสี่ยงต่อการถูกใช้ในการเลือกปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรม

บุคคลที่เกี่ยวข้อง” หมายถึง บุคคลที่เกี่ยวข้องกับลูกค้า ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง ผู้รับผลประโยชน์  พยาน ผู้ค้ำประกัน คู่สมรสของลูกค้า/ผู้กู้ร่วม ผู้ชนะการประมูลผู้รับมอบอำนาจ บุคคลที่สามารถติดต่อสอบถามหรือทวงถามหนี้ได้

ประกาศความเป็นส่วนตัวฉบับนี้ใช้บังคับกับบุคคลธรรมดาซึ่งเป็นลูกค้าของบริษัทฯ ทั้งบุคคลที่อาจเป็นลูกค้า ลูกค้าปัจจุบัน บุคคลที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนบุคคลที่ติดต่อเข้า 
มายังบริษัทฯ ซึ่งในประกาศความเป็นส่วนตัวฉบับนี้จะเรียกโดยรวมว่า “ท่าน”

หากท่านมีคำถามหรือข้อเสนอแนะประการใดเกี่ยวกับแนวปฏิบัติของบริษัทฯ ในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน หรือหากท่านต้องการใช้สิทธิของท่านตาม พ.ร.บ. 
คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ท่านสามารถติดต่อบริษัทฯ ผ่านช่องทางต่อไปนี้


บริษัท มีที่ มีเงิน จำกัด เลขที่ 63/2 อาคารบริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด(มหาชน) ถนนพระราม 9 แขวงห้วยขวาง เขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร 

เบอร์โทรศัพท์ 02-025-6999 เจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล Email : MKT@meetee.co.th หมายเลขโทรศัพท์ 02-025-6999

2.  บุคคลที่มีสิทธิในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน

บริษัทฯ ในฐานะผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล มีบทบาทและหน้าที่ในการกำหนดวัตถุประสงค์และวิธีการในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้เป็นไปตาม พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ทั้งนี้ ในกรณีที่จำเป็นเพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน หรือได้รับความยินยอมจากท่านไว้ก่อนหน้านี้ หรือในกรณีที่จำเป็นในการปฏิบัติตามกฎหมาย บริษัทฯ อาจเปิดเผยข้อมูลของท่านให้ผู้ให้บริการภายนอก เช่น คู่ค้า ที่ปรึกษา ผู้ให้บริการระบบสินเชื่อ ผู้ให้บริการตรวจกิจการลูกค้า ผู้ให้บริการคลาวด์ บริษัทรับจ้างทำกิจกรรมทางการตลาด โดยบุคคลดังกล่าวจะเก็บรวบรวมและใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเพื่อ วัตถุประสงค์ตามที่บริษัทฯ สั่งการ  หรือกระทำการในนามของบริษัทฯ เท่านั้น

3.  ข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทฯ เก็บรวบรวม

ข้อมูลส่วนบุคคลทั่วไป

บริษัทฯ เก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลทั่วไปของท่าน ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียงประเภทข้อมูลดังต่อไปนี้

  • ข้อมูลแสดงตัวตน เช่น ชื่อ นามสกุล ชื่อเล่น เลขบัตรประจำตัวประชาชน เพศ
  • ข้อมูลการติดต่อ เช่น เบอร์โทรศัพท์ ที่อยู่ อีเมล Facebook LINE ID
  • ข้อมูลระบุทรัพย์สินของบุคคล เช่น ประเภททรัพย์สินที่มี ทะเบียนรถยนต์ ยี่ห้อรถยนต์ เลขที่โฉนด ความเป็นเจ้าของ
  • ข้อมูลเกี่ยวกับการจ้างงาน เช่น อาชีพ รายได้
  • ข้อมูลอื่น ๆ เช่น ข้อมูลเกี่ยวกับวงเงินสินเชื่อที่สนใจ ผลิตภัณฑ์ที่สนใจ

กรณีของลูกค้าปัจจุบันและบุคคลที่เกี่ยวข้อง (รวมถึง ผู้รับผลประโยชน์ พยาน ผู้จัดการมรดก ผู้ค้ำประกัน ผู้กู้ร่วม คู่สมรสของลูกค้า/ผู้กู้ร่วม บุคคลที่สามารถติดต่อ 
สอบถามหรือทวงถามหนี้ได้ และบุคคลที่ติดต่อเข้ามา) บริษัทฯ อาจเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียงประเภทข้อมูลเพิ่มเติมดังต่อไปนี้

  • ข้อมูลที่สามารถระบุตัวตนได้ เช่น ลายมือชื่อ สำเนาทะเบียนบ้าน สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน สำเนาใบอนุญาตขับขี่ รหัสลูกค้า รูปภาพ
  • ข้อมูลประวัติ เช่น เพศ สัญชาติ อายุ ความสัมพันธ์กับลูกค้า เพศ วันเกิด สถานภาพการสมรส จำนวนบุตร ส่วนสูง น้ำหนัก ข้อมูลการติดต่อ เช่น ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ อีเมล บัญชี LINE บัญชี Facebook แผนที่บ้าน
  • ข้อมูลการเงิน เช่น เลขที่บัญชีธนาคาร สำเนาบัญชีธนาคาร แหล่งที่มาของรายได้ จำนวนหนี้และอัตราดอกเบี้ย ยอดหนี้ค้างชำระ ยอดหนี้ครบกำหนดชำระ
  • ข้อมูลระบุทรัพย์สินของบุคคล เช่น รายละเอียดหลักประกัน วงเงิน สำเนาโฉนดที่ดิน สำเนาทะเบียนรถยนต์ รูปและรายละเอียดของหลักทรัพย์ กรรมสิทธิ์ในที่อยู่
  • ข้อมูลเกี่ยวกับการจ้างงาน เช่น อาชีพ ตำแหน่ง รายได้ หนังสือรับรองเงินเดือน อายุงาน สถานที่ทำงาน
  • ข้อมูลอื่น ๆ เช่น เลขที่สัญญา วันที่ทำสัญญา รายละเอียดการขอเอาประกันภัย บันทึกเสียง รายละเอียดการชำระค่างวด เรื่องที่ต้องการร้องเรียน

ข้อมูลส่วนบุคคลที่อ่อนไหว

นอกเหนือจากข้อมูลส่วนบุคคลที่ระบุไว้ข้างต้น บริษัทฯ อาจประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่อ่อนไหวของลูกค้าปัจจุบันและบุคคลที่เกี่ยวข้องเท่าที่จำเป็นตามวัตถุประสงค์ใน      

การให้บริการสินเชื่อ ดังต่อไปนี้ ข้อมูลสุขภาพ ข้อมูลความพิการ ข้อมูลศาสนา ข้อมูลเชื้อชาติ ทั้งนี้ ในกรณีที่ต้องเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลอ่อนไหวดังกล่าว 

บริษัทฯ จะแจ้งให้ท่านทราบ และดำเนินการขอความยินยอมโดยชัดแจ้งจากท่านก่อนการเก็บรวบรวม

4.  บริษัทฯ เก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่านอย่างไร

บริษัทฯ เก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่านโดยตรงจากท่าน เมื่อท่านติดต่อสอบถาม แสดงเจตนาเข้าทำสัญญา หรือทำสัญญากู้ รวมถึงการส่งเอกสารและข้อมูล        

ที่จำเป็นต่อการทำธุรกรรมกับบริษัทฯ นอกจากนี้ บริษัทฯ อาจเก็บรวบรวมข้อมูลจากแหล่งข้อมูลอื่นทางอ้อม อาทิ บริษัทในกลุ่มธุรกิจเดียวกัน หรือพันธมิตรทางธุรกิจ        

เช่น สถาบันการเงิน บริษัทประกันภัย หรือผู้ให้บริการข้อมูลเครดิต เป็นต้น


ทั้งนี้ บริษัทฯ จะเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านในระยะเวลาเท่าที่จำเป็นอย่างเหมาะสมเพื่อประมวลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านตามวัตถุประสงค์ที่ระบุในนโยบายความ        

เป็นส่วนตัวฉบับนี้ โดยในกรณีที่กำหนดเกี่ยวกับระยะเวลาการเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลไว้เป็นการเฉพาะ เช่น กฎหมายว่าด้วยการบัญชี หรือประมวลรัษฎากร บริษัทฯ        

จะเก็บรักษาข้อมูลตามระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด อย่างไรก็ตาม หากมีการดำเนินคดีตามกฎหมาย บริษัทฯ อาจเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลไว้จนกว่าการดำเนินการนั้นจะ 

ถึงที่สุด ซึ่งรวมถึงระยะเวลาที่เป็นไปได้ในการยื่นอุทธรณ์และฎีกาด้วย

5.  บริษัทฯ นำข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปใช้อย่างไร

กรณีของบุคคลที่อาจเป็นลูกค้า บริษัทฯ ใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของบุคคลที่อาจเป็นลูกค้า เพื่อดำเนินการต่าง ๆ ตามขอบเขตและวัตถุประสงค์ในดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง การติดต่อสื่อสารทางธุรกิจ เพื่อการตรวจสอบคุณสมบัติหรือประเมินความเหมาะสมก่อนการตัดสินใจทำธุรกรรม การพิจารณา การจัดทำการลงนามในสัญญา การทำการตลาด เป็นต้น


กรณีของลูกค้าปัจจุบันและบุคคลที่เกี่ยวข้อง บริษัทฯ ใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าปัจจุบันและบุคคลที่เกี่ยวข้อง เพื่อดำเนินการต่าง ๆ ตามขอบเขตและวัตถุประสงค์ใน      ดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง การทำการตลาด การจัดกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับวัตถุประสงค์ทางการตลาด การติดต่อ การยืนยันตัวตน การขาย          ประกันภัยทางโทรศัพท์ การวิเคราะห์ความเสี่ยงในการให้สินเชื่อ การพิจารณาอนุมัติสินเชื่อ การติดตามทวงหนี้ และการสืบทรัพย์ การตรวจสอบยืนยันการปิดหนี้              

การยึดหลักทรัพย์ และทำรายงาน การประมูลหลักทรัพย์ที่ยึดมา การดำเนินคดี การดำเนินการที่เกี่ยวข้องกับการสมัครประกันภัย การตรวจสอบลงพื้นที่ การจดหลักประกันทางธุรกิจ การเก็บข้อมูลในฐานข้อมูล การรับเรื่องติดต่อผ่านช่องทาง Call Center การรับเรื่องร้องเรียน การตอบคำถามผ่านช่องทางออนไลน์ การคืนเงินเยียวยา การจัดส่งสินค้า การทำเอกสารทางการเงิน เช่น การออกใบเสร็จตรวจสอบเงินเกิน การทำบัญชีลูกหนี้ การทำบัญชีเจ้าหนี้ การออกใบกำกับภาษี การออกเอกสารรับชำระค่างวด


บริษัทฯ อาศัยฐานทางกฎหมายในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านตามความจำเป็น โดยการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลอาจอาศัยฐานทางกฎหมายเพียงฐานใด    

ฐานหนึ่งหรือหลายฐานรวมกันตามแต่ละกรณี โดยมีรายละเอียดดังนี้


(1)  ฐานสัญญา บริษัทฯ มีความจำเป็นต้องประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเพื่อปฏิบัติหน้าที่ตามสัญญากู้ โดยข้อมูลส่วนบุคคลที่ต้องใช้ในการประมวลผลตามฐานนี้ เป็นข้อมูลที่ท่านได้ให้ไว้กับบริษัทฯ เพื่อเข้าทำสัญญา ในกรณีที่ท่านไม่ให้ข้อมูลส่วนบุคคลใดแก่บริษัทฯ เพื่อวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้ บริษัทฯ อาจไม่สามารถติดต่อ หรือ เข้าทำสัญญากับท่านได้

(2) ฐานประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย บริษัทฯ จำเป็นต้องใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านในบางกรณี เพื่อประโยชน์อันชอบธรรมของบริษัทฯ หรือของบุคคลที่สาม ทั้งนี้  ประโยชน์อันชอบธรรมดังกล่าวจะต้องไม่มีความสำคัญเหนือไปกว่าประโยชน์และสิทธิและเสรีภาพขั้นพื้นฐานของท่าน

(3)  ฐานความยินยอม ในบางกรณี บริษัทฯ จำเป็นต้องได้รับความยินยอมโดยชัดแจ้งจากท่านในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของบุคคล เช่น การติดต่อสื่อสาร            ทางการตลาดหรือการนำเสนอสิทธิประโยชน์เพิ่มเติมที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับสัญญาหลักโดยตรง

(4)  ฐานหน้าที่ตามกฎหมาย บริษัทฯ มีหน้าที่ในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านตามหน้าที่ตามกฎหมาย คำสั่งศาล หรือคำพิพากษาใด ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการ          ดำเนินการของบริษัทฯ ในกรณีที่ท่านไม่ให้ข้อมูลส่วนบุคคลใดแก่บริษัทฯ เพื่อวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้ อาจมีผลที่ตามมาตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง การปฏิบัติตาม              กฎหมายเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์เกี่ยวกับ

(5)  ฐานประโยชน์สาธารณะที่สำคัญ บริษัทฯ มีความจำเป็นในการปฏิบัติตามกฎหมายเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์เกี่ยวกับประโยชน์สาธารณะที่สำคัญสำหรับการเก็บข้อมูล        สุขภาพของลูกค้าที่ต้องการสมัครประกันภัยวินาศหรือประกันภัยชีวิต

6.  บริษัทฯ เปิดเผยหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้กับบุคคลใดบ้าง

บริษัทฯ อาจจำเป็นต้องเปิดเผยหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านตามความจำเป็นให้แก่บุคคลภายนอก เพื่อประมวลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านในการดำเนินการตาม            วัตถุประสงค์ที่ได้แจ้งแก่ท่านไว้ โดยบุคคลดังกล่าวอาจรวมถึง บริษัทในเครือที่เกี่ยวข้อง อันได้แก่ บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน), บริษัท อะมิตี้ อินชัวร์รันซ์ โบรคเกอร์ จำกัด สำหรับการส่งเสริมการขาย ผู้ให้บริการคลาวด์ ผู้ให้บริการภายนอกที่ทำการติดตามทวงถามหนี้ บริษัทประมูลทรัพย์สิน บริษัทประกัน ผู้ให้บริการตรวจ      

สอบบัญชี บริษัทจัดเก็บเอกสาร บริษัทขนส่ง ตลอดจนพนักงานภายนอกที่เกี่ยวข้องกับการทำธุรกรรมที่เกี่ยวข้องของบริษัทฯ นอกจากนี้ บริษัทฯ อาจมีความจำเป็นต้อง

เปิดเผยข้อมูลให้แก่หน่วยงานของรัฐที่มีอำนาจตามกฎหมาย เพื่อปฏิบัติตามคำสั่งศาล หรือกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ บริษัทฯ จะดำเนินการให้มั่นใจว่าบุคคลหรือหน่วย      

งานดังกล่าวมีมาตรการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่เหมาะสม

7.  การโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปยังต่างประเทศ

เพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ที่ระบุไว้ในประกาศความเป็นส่วนตัวฉบับนี้ บริษัทฯ อาจเปิดเผยหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้แก่บุคคลภายนอกหรือเซิร์ฟเวอร์ที่อยู่ใน            

ต่างประเทศซึ่งอาจมีมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลเช่นเดียวกับประเทศไทยหรือไม่ก็ได้ อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ จะจัดให้มีมาตรการที่เหมาะสมเพื่อให้มั่นใจว่าข้อมูลส่วนบุคคลของท่านถูกโอนไปอย่างปลอดภัย และผู้รับข้อมูลส่วนบุคคลมีการใช้มาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่เพียงพอ และการโอนข้อมูลส่วนบุคคลนั้นเป็นไป      

ตาม พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

8.  มาตรการรักษาความปลอดภัยเพื่อการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

บริษัทฯ ได้จัดให้มีมาตรการเชิงเทคนิคและมาตรการเชิงบริหารจัดการเพื่อป้องกันการสูญหาย เข้าถึง ใช้เปลี่ยนแปลง แก้ไข หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยปราศจาก        อำนาจหรือโดยมิชอบ โดยบริษัทฯ จะจัดให้มีการทบทวนมาตรการดังกล่าวเมื่อมีความจำเป็นหรือเทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงไปอยู่เสมอ

9.  สิทธิของท่านในฐานะเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล

(1)  สิทธิในการเพิกถอนความยินยอม ท่านมีสิทธิในการเพิกถอนความยินยอมที่ได้ให้ไว้ก่อนหน้าในการประมวลผลข้อมูล อย่างไรก็ตาม การเพิกถอนความยินยอมดังกล่าว  ย่อมไม่ส่งผลต่อการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลที่ท่านได้ให้ความยินยอมไว้ก่อนหน้าโดยชอบด้วยกฎหมาย

(2)  สิทธิในการคัดค้านการประมวลผลข้อมูล ท่านมีสิทธิในการคัดค้านการประมวลผลโดยการอ้างอิงฐานกฎหมายอื่นที่ไม่ใช่ฐานความยินยอม

(3)  สิทธิในการได้รับการแจ้งให้ทราบ ท่านมีสิทธิในการรับทราบข้อมูลของตนเองที่ได้มีการประมวลผล โดยบริษัทได้รับมาจากการเปิดเผยที่เกี่ยวกับการประมวลผลข้อมูลและขอให้บริษัททำสำเนาดังกล่าวแก่ท่าน

(4)  สิทธิในการแก้ไขข้อมูล ท่านมีสิทธิยืนยันความถูกต้องและแก้ข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้ข้อมูลดังกล่าวถูกต้องและเป็นปัจจุบัน

(5)  สิทธิในการระงับการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล ท่านมีสิทธิในการระงับการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล ในกรณีดังกล่าวบริษัทจะไม่ประมวลผลข้อมูลของท่านนอกเหนือจากการจัดเก็บข้อมูลเพียงเท่านั้น

(6)  สิทธิในการขอให้ลบ หรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคล ท่านมีสิทธิในการขอให้บริษัทลบข้อมูลส่วนบุคคลของท่านออกจากการจัดเก็บของบริษัท

(7)  สิทธิในการขอรับและให้โอนย้ายข้อมูลส่วนบุคคล ท่านมีสิทธิขอรับข้อมูลส่วนบุคคลของตนเองแบบที่สามารถอ่านหรือใช้งานได้ด้วยเครื่องมือหรืออุปกรณ์ที่ทำงานได้ และให้บริษัทส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลในรูปแบบดังกล่าวไปยังผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลอื่นเมื่อสามารถทำได้ด้วยวิธีดังกล่าว สิทธิในข้อนี้จะสามารถทำได้หากข้อมูลส่วนบุคคลได้ถูกประมวลผลในรูปแบบอัตโนมัติและได้ประมวลผลตามฐานความยินยอม ฐานสัญญาที่ท่านเป็นคู่สัญญาหรือก่อนเข้าทำสัญญา

(8)  สิทธิในการร้องเรียน ท่านมีสิทธิในการร้องเรียนต่อผู้มีอำนาจตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง หากท่านเชื่อว่าการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลเป็นการกระทำ ในลักษณะที่ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามหลักกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

(9)  สิทธิในการเข้าถึง ขอสำเนา หรือให้เปิดเผยถึงการได้มาของข้อมูลส่วนบุคคล ท่านมีสิทธิในการขอเข้าถึง หรือขอรับสำเนาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านได้ รวมถึงสามารถขอให้เปิดเผยการได้มาของข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน

สำหรับบุคคลที่อาจเป็นลูกค้า ลูกค้าปัจจุบัน และบุคคลที่เกี่ยวข้อง

 

1.วัตถุประสงค์และขอบเขต บริษัท มีที่ มีเงิน จำกัด (“บริษัทฯ”) ยึดมั่นในการปฏิบัติหน้าที่ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (“พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล”) โดยประกาศความเป็นส่วนตัวฉบับนี้ช่วยให้ท่านเข้าใจแนวปฏิบัติของบริษัทฯ ในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน (ตามที่นิยามไว้ด้านล่างนี้) รวมทั้งอธิบายเหตุผลและวิธีการของบริษัทฯ ในการเก็บรวบรวม ใช้ เปิดเผย โอนไปยังต่างประเทศ และ/หรือ ดำเนินการด้วยวิธีอื่นใด (รวมเรียกว่า “ประมวลผล”) ซึ่งข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน และอธิบายสิทธิที่ท่านมีเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน รวมถึงสิทธิในการปกป้องข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าว ประกาศความเป็นส่วนตัวฉบับนี้ใช้บังคับกับการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของบุคคลที่อาจเป็นลูกค้า ลูกค้าปัจจุบัน และบุคคลที่เกี่ยวข้อง โดยบรรดาบุคคลที่เกี่ยวข้องทุกฝ่ายควรอ่านและทำความเข้าใจ รวมถึงทบทวนประกาศความเป็นส่วนตัวฉบับนี้อย่างสม่ำเสมอเพื่อที่จะได้มีความเข้าใจเกี่ยวกับการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านอย่างถ่องแท้ ในประกาศความเป็นส่วนตัวฉบับนี้ “ข้อมูลส่วนบุคคล” หมายถึง ข้อมูลใด ๆ เกี่ยวกับบุคคลธรรมดาที่ยังมีชีวิตอยู่ ซึ่งสามารถทำให้ระบุตัวบุคคลนั้นได้ด้วยข้อมูลนั้นเอง หรือเมื่อนำข้อมูลนั้นไปรวมกับข้อมูลอื่นก็ตาม และ“ข้อมูลส่วนบุคคลที่อ่อนไหว” หมายถึง ข้อมูลส่วนบุคคลใด ๆ เกี่ยวกับเชื้อชาติ เผ่าพันธุ์ ความคิดเห็นทางการเมือง ลัทธิ ความเชื่อในลัทธิศาสนาหรือปรัชญา พฤติกรรมทางเพศ ประวัติอาชญากรรม ข้อมูลสุขภาพ ความพิการ ข้อมูลสหภาพแรงงาน ข้อมูลพันธุกรรม และข้อมูลชีวภาพของบุคคล ประกาศความเป็นส่วนตัวฉบับนี้ใช้บังคับกับบุคคลธรรมดาซึ่งเป็นลูกค้าของบริษัทฯ ทั้งบุคคลที่อาจเป็นลูกค้า ลูกค้าปัจจุบัน และบุคคลที่เกี่ยวข้อง (รวมถึง ผู้รับผลประโยชน์ ผู้ขับขี่ พยาน ผู้ค้ำประกัน คู่สมรสของลูกค้า/ผู้กู้ร่วม ผู้ชนะการประมูล ผู้รับมอบ บุคคลที่สามารถติดต่อสอบถามหรือทวงถามหนี้ได้ และบุคคลที่ติดต่อเข้ามา) ซึ่งในประกาศความเป็นส่วนตัวฉบับนี้จะเรียกโดยรวมว่า “ท่าน” หากท่านมีคำถามหรือข้อเสนอแนะประการใดเกี่ยวกับแนวปฏิบัติของบริษัทฯ ในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน หรือหากท่านต้องการใช้สิทธิของท่านตาม พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ท่านสามารถติดต่อบริษัทฯ ผ่านช่องทางต่อไปนี้ บริษัท มีที่ มีเงิน จำกัด 63/2 อาคารบริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด(มหาชน) ถนนพระราม 9 แขวงห้วยขวาง เขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร เบอร์โทรศัพท์ 02-025-6999 เจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล Email : MKT@meetee.co.th หมายเลขโทรศัพท์ 02-025-6999

 

2.บุคคลที่มีสิทธิในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน เนื่องจากบริษัทฯ มีบทบาทและหน้าที่ในการกำหนดวัตถุประสงค์และวิธีการในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้เป็นไปตาม พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล บริษัทฯ จึงทำหน้าที่เป็นผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน

 

3.ข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทฯ เก็บรวบรวม ข้อมูลส่วนบุคคลทั่วไป กรณีของบุคคลที่อาจเป็นลูกค้า บริษัทฯ เก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของบุคคลที่อาจเป็นลูกค้า ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียงประเภทข้อมูลดังต่อไปนี้ ข้อมูลที่สามารถระบุตัวตนได้ เช่น ชื่อ นามสกุล ชื่อเล่น เลขบัตรประจำตัวประชาชน ข้อมูลประวัติ เช่น เพศ ข้อมูลการติดต่อ เช่น เบอร์โทรศัพท์ ที่อยู่ อีเมล Facebook LINE ID ข้อมูลระบุทรัพย์สินของบุคคล เช่น ประเภททรัพย์สินที่มี ทะเบียนรถยนต์ ยี่ห้อรถยนต์ เลขที่โฉนด ความเป็นเจ้าของ ข้อมูลเกี่ยวกับการจ้างงาน เช่น อาชีพ รายได้ และ ข้อมูลอื่น ๆ เช่น บัญชี Facebook วงเงินสินเชื่อที่สนใจ ผลิตภัณฑ์ที่สนใจ กรณีของลูกค้าปัจจุบันและบุคคลที่เกี่ยวข้อง (รวมถึง ผู้รับผลประโยชน์ ผู้ขับขี่ พยาน ผู้จัดการมรดก ผู้ค้ำประกัน ผู้กู้ร่วม คู่สมรสของลูกค้า/ผู้กู้ร่วม บุคคลที่สามารถติดต่อสอบถามหรือทวงถามหนี้ได้ และบุคคลที่ติดต่อเข้ามา) บริษัทฯ เก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าปัจจุบันและบุคคลที่เกี่ยวข้อง (รวมถึง ผู้รับผลประโยชน์ ผู้ขับขี่ พยาน ผู้จัดการมรดก ผู้ค้ำประกัน ผู้กู้ร่วม คู่สมรสของลูกค้า/ผู้กู้ร่วม บุคคลที่สามารถติดต่อสอบถามหรือทวงถามหนี้ได้ และบุคคลที่ติดต่อเข้ามา) ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียงประเภทข้อมูลดังต่อไปนี้ ข้อมูลที่สามารถระบุตัวตนได้ เช่น ชื่อ นามสกุล ชื่อเล่น ลายมือชื่อ สำเนาทะเบียนบ้าน สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน เลขบัตรประจำตัวประชาชน สำเนาใบอนุญาตขับขี่ ลายมือชื่อ รหัสลูกค้า รูปภาพ ข้อมูลประวัติ เช่น เพศ สัญชาติ อายุ ความสัมพันธ์กับลูกค้า เพศ วันเกิด สถานภาพการสมรส จำนวนบุตร ส่วนสูง น้ำหนัก ข้อมูลการติดต่อ เช่น ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ อีเมล บัญชี LINE บัญชี Facebook แผนที่บ้าน ข้อมูลการเงิน เช่น เลขที่บัญชีธนาคาร สำเนาบัญชีธนาคาร แหล่งที่มาของรายได้ จำนวนหนี้และอัตราดอกเบี้ย ยอดหนี้ค้างชำระ ยอดหนี้ครบกำหนดชำระ ข้อมูลระบุทรัพย์สินของบุคคล เช่น รายละเอียดหลักประกัน วงเงิน สำเนาโฉนดที่ดิน สำเนาทะเบียนรถยนต์ รูปและรายละเอียดของหลักทรัพย์ กรรมสิทธิ์ในที่อยู่ ข้อมูลเกี่ยวกับการจ้างงาน เช่น อาชีพ ตำแหน่ง รายได้ หนังสือรับรองเงินเดือน อายุงาน สถานที่ทำงาน ข้อมูลอื่น ๆ เช่น เลขที่สัญญา วันที่ทำสัญญา รายละเอียดการขอเอาประกันภัย บันทึกเสียง รายละเอียดการชำระค่างวด เรื่องที่ต้องการร้องเรียน ข้อมูลส่วนบุคคลที่อ่อนไหว นอกเหนือจากข้อมูลส่วนบุคคลที่ระบุไว้ข้างต้น บริษัทฯ อาจประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่อ่อนไหวของลูกค้าปัจจุบันและบุคคลที่เกี่ยวข้อง (รวมถึง ผู้รับผลประโยชน์ ผู้ขับขื่ พยาน ผู้จัดการมรดก ผู้ค้ำประกัน ผู้กู้ร่วม คู่สมรสของลูกค้า/ผู้กู้ร่วม บุคคลที่สามารถติดต่อสอบถามหรือทวงถามหนี้ได้ และบุคคลที่ติดต่อเข้ามา) ดังต่อไปนี้ ข้อมูลสุขภาพ ข้อมูลความพิการ ข้อมูลศาสนา ข้อมูลเชื้อชาติ

 

4.บริษัทฯ เก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่านอย่างไร โดยทั่วไปแล้ว บริษัทฯ จะเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของบุคคลที่อาจเป็นลูกค้า ลูกค้าปัจจุบัน และบุคคลที่เกี่ยวข้อง (รวมถึง ผู้รับผลประโยชน์ ผู้ขับขี่ พยาน ผู้จัดการมรดก ผู้ค้ำประกัน ผู้กู้ร่วม คู่สมรสของลูกค้า/ผู้กู้ร่วม บุคคลที่สามารถติดต่อสอบถามหรือทวงถามหนี้ได้ และบุคคลที่ติดต่อเข้ามา) โดยตรง อย่างไรก็ตาม ในบางกรณี บริษัทฯ อาจเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลโดยอ้อมจากบุคคลที่สาม

 

5.บริษัทฯ นำข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปใช้อย่างไร กรณีของบุคคลที่อาจเป็นลูกค้า บริษัทฯ ใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของบุคคลที่อาจเป็นลูกค้า เพื่อดำเนินการต่าง ๆ ตามขอบเขตและวัตถุประสงค์ในดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง การติดต่อ การทำการตลาด กรณีของลูกค้าปัจจุบันและบุคคลที่เกี่ยวข้อง (รวมถึง ผู้รับผลประโยชน์ ผู้ขับขี่ พยาน ผู้จัดการมรดก ผู้ค้ำประกัน ผู้กู้ร่วม คู่สมรสของลูกค้า/ผู้กู้ร่วม บุคคลที่สามารถติดต่อสอบถามหรือทวงถามหนี้ได้ และบุคคลที่ติดต่อเข้ามา) บริษัทฯ ใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าปัจจุบันและบุคคลที่เกี่ยวข้อง เพื่อดำเนินการต่าง ๆ ตามขอบเขตและวัตถุประสงค์ในดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง การทำการตลาด การจัดกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับวัตถุประสงค์ทางการตลาด การติดต่อ การยืนยันตัวตน การขายประกันภัยทางโทรศัพท์ การวิเคราะห์ความเสี่ยงในการให้สินเชื่อ การพิจารณาอนุมัติสินเชื่อ การติดตามทวงหนี้ และการสืบทรัพย์ การตรวจสอบยืนยันการปิดหนี้ การยึดหลักทรัพย์ และทำรายงาน การประมูลหลักทรัพย์ที่ยึดมา การดำเนินคดี การดำเนินการที่เกี่ยวข้องกับการสมัครประกันภัย การตรวจสอบการทำธุรกรรมรายการต้องสงสัยตามข้อกำหนดสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน การตรวจสอบลงพื้นที่ การจดหลักประกันทางธุรกิจ การเก็บข้อมูลในฐานข้อมูล การรับเรื่องติดต่อผ่านช่องทาง Call Center การรับเรื่องร้องเรียน การตอบคำถามผ่านช่องทางออนไลน์ การคืนเงินเยียวยา การจัดส่งสินค้า การทำเอกสารทางการเงิน เช่น การออกใบเสร็จตรวจสอบเงินเกิน การทำบัญชีลูกหนี้ การทำบัญชีเจ้าหนี้ การออกใบกำกับภาษี การออกเอกสารรับชำระค่างวด บริษัทฯ อาศัยฐานทางกฎหมายและเงื่อนไขพิเศษบางประการดังต่อไปนี้ในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน อนึ่ง ฐานทางกฎหมายและเงื่อนไขพิเศษบางประการที่ระบุด้านล่างนี้ มิได้ใช้กับการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านทั้งหมด โดยการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลอาจอาศัยฐานทางกฎหมายเพียงฐานใดฐานหนึ่งหรือหลายฐานรวมกันก็ได้ ฐานสัญญา บริษัทฯ มีหน้าที่ในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเพื่อปฏิบัติหน้าที่ตามสัญญากู้ โดยข้อมูลส่วนบุคคลที่ต้องใช้ในการประมวลผลตามฐานนี้ เป็นข้อมูลส่วนใหญ่ซึ่งปรากฏในข้อ 3. ในกรณีที่ท่านไม่ให้ข้อมูลส่วนบุคคลใดแก่บริษัทฯ เพื่อวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้ บริษัทฯ อาจไม่สามารถติดต่อหรือเข้าทำสัญญากับท่านได้ ฐานประโยชน์อันชอบธรรม เฉพาะในบางกรณี บริษัทฯ จำเป็นต้องใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเพื่อประโยชน์อันชอบธรรมของบริษัทฯ หรือของบุคคลที่สาม ทั้งนี้ ประโยชน์อันชอบธรรมดังกล่าวจะต้องไม่มีความสำคัญเหนือไปกว่าประโยชน์และสิทธิและเสรีภาพขั้นพื้นฐานของท่าน ฐานความยินยอม ในบางกรณี บริษัทฯ จำเป็นต้องได้รับความยินยอมโดยชัดแจ้งจากบุบุคคลที่อาจเป็นลูกค้า ลูกค้าปัจจุบัน และบุคคลที่เกี่ยวข้องในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของบุคคลที่อาจเป็นลูกค้า ลูกค้าปัจจุบัน และบุคคลที่เกี่ยวข้องสำหรับการติดต่อรวมถึงการทำการตลาด ฐานหน้าที่ตามกฎหมาย บริษัทฯ มีหน้าที่ในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านตามหน้าที่ตามกฎหมาย คำสั่งศาล หรือคำพิพากษาใด ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินการของบริษัทฯ ในกรณีที่ท่านไม่ให้ข้อมูลส่วนบุคคลใดแก่บริษัทฯ เพื่อวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้ อาจมีผลที่ตามมาตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง การปฏิบัติตามกฎหมายเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์เกี่ยวกับฐานประโยชน์สาธารณะที่สำคัญ บริษัทฯ มีความจำเป็นในการปฏิบัติตามกฎหมายเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์เกี่ยวกับประโยชน์สาธารณะที่สำคัญสำหรับการเก็บข้อมูลสุขภาพของลูกค้าที่ต้องการสมัครประกันภัยวินาศหรือประกันภัยชีวิต

 

6.บริษัทฯ เปิดเผยหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้กับบุคคลใดบ้าง บริษัทฯ อาจจำเป็นต้องเปิดเผยหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้แก่บุคคลภายนอกเพื่อประมวลข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน โดยบุคคลดังกล่าวอาจรวมถึงบุคคลดังต่อไปนี้ บริษัทในเครือที่เกี่ยวข้อง ผู้ให้บริการคลาวด์ Outsourced Agency ที่ทำการติดตามทวงหนี้ บริษัทประมูล หน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้อง บริษัทประกัน พนักงานภายนอก บริษัทตรวจสอบบัญชี บริษัทที่ทำการจัดเก็บเอกสาร บริษัทขนส่ง

 

7.การโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปยังต่างประเทศ เพื่อวัตถุประสงค์ที่ระบุไว้ในประกาศความเป็นส่วนตัวฉบับนี้ บริษัทฯ อาจเปิดเผยหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้แก่บุคคลภายนอกหรือเซิร์ฟเวอร์ที่อยู่ในต่างประเทศซึ่งอาจมีมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลเช่นเดียวกับประเทศไทยหรือไม่ก็ได้ นอกจากนี้ บริษัทฯ ได้ดำเนินมาตรการเพื่อให้มั่นใจว่าข้อมูลส่วนบุคคลของท่านถูกโอนไปอย่างปลอดภัยและผู้รับข้อมูลส่วนบุคคลมีการใช้มาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่เหมาะสม และการโอนข้อมูลส่วนบุคคลนั้นเป็นไปตาม พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

 

8.มาตรการรักษาความปลอดภัยเพื่อการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล บริษัทฯ ได้จัดให้มีมาตรการเชิงเทคนิคและมาตรการเชิงบริหารจัดการเพื่อป้องกันการสูญหายของข้อมูลส่วนบุคคล การใช้ข้อมูลส่วนบุคคลในทางที่ผิด รวมทั้งการเข้าถึง การเปิดเผย และการเปลี่ยนแปลงข้อมูลส่วนบุคคลของท่านโดยไม่ได้รับอนุญาต และบุคคลภายนอก