“มีที่ มีเงิน” ปรับเงื่อนไขสินเชื่อใหม่ หนุน SMEs เข้าถึงแหล่งทุนอย่างเป็นธรรม ขยายเวลากู้ 10 ปี ลดดอกเบี้ยปีแรกเหลือ 6.75% พร้อมลดวงเงินกู้ขั้นต่ำ

“มีที่ มีเงิน” เดินหน้ายกระดับโอกาสทางการเงินให้ผู้ประกอบการรายย่อยและ SMEs ปรับเงื่อนไขสินเชื่อใหม่ เพิ่มความยืดหยุ่นในการเข้าถึงเงินทุน ขยายระยะเวลากู้เป็น 10 ปี ลดอัตราดอกเบี้ยปีแรกเหลือ 6.75% และปรับลดวงเงินกู้ขั้นต่ำสำหรับผลิตภัณฑ์ขายฝากจาก 3 ล้านบาท เหลือ 2 ล้านบาท ตั้งเป้าปล่อยสินเชื่อใหม่ปี 2569 แตะ 5,000 ล้านบาท

นายวีระชัย อมรถกลสุเวช ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (Chief Executive Officer) บริษัท มีที่ มีเงิน จำกัด ในเครือธนาคารออมสิน เปิดเผยถึงทิศทางการดำเนินงานในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2569 ว่า บริษัทยังคงยึดมั่นในพันธกิจสำคัญในการช่วยบรรเทาปัญหาหนี้สิน ลดความเหลื่อมล้ำทางการเงิน และเป็นอีกหนึ่งช่องทางที่ช่วยให้ประชาชนและผู้ประกอบการรายย่อยสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนในระบบได้อย่างเป็นธรรม ด้วยต้นทุนทางการเงินที่เหมาะสม

“มีที่ มีเงิน” มุ่งเน้นการให้บริการสินเชื่อโดยใช้ที่ดินเป็นหลักประกัน ทั้งในรูปแบบสินเชื่อจำนองและขายฝาก เพื่อเชื่อมช่องว่างระหว่างสถาบันการเงินกับผู้ที่ยังเข้าไม่ถึงสินเชื่อในระบบ โดยเฉพาะกลุ่มผู้ประกอบการที่มีทรัพย์สิน แต่ขาดโอกาสในการเข้าถึงแหล่งทุน และมีความเสี่ยงต้องพึ่งพาเงินกู้นอกระบบ

จากภาวะเศรษฐกิจที่ยังเผชิญความท้าทาย ทั้งจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก ความไม่แน่นอนด้านภูมิรัฐศาสตร์ และผลกระทบจากความขัดแย้งระหว่างประเทศที่ส่งผลต่อระบบเศรษฐกิจเป็นวงกว้าง บริษัทฯ จึงได้ปรับเงื่อนไขการปล่อยสินเชื่อให้มีความยืดหยุ่นมากยิ่งขึ้น เพื่อเพิ่มโอกาสให้ผู้ประกอบการรายย่อยสามารถเข้าถึงเงินทุนได้อย่างทั่วถึงและเหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน

สำหรับเงื่อนไขสินเชื่อใหม่ ประกอบด้วย

  1. ขยายระยะเวลากู้จาก 5 ปี เป็น 10 ปี

ช่วยลดภาระการผ่อนชำระ เพิ่มสภาพคล่องทางการเงิน และเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการสามารถบริหารธุรกิจได้อย่างต่อเนื่อง

  1. ลดอัตราดอกเบี้ยปีแรกเหลือ 6.75%

สำหรับลูกค้าที่ตรวจเครดิตบูโรและได้รับการจัดอันดับเครดิตระดับ AA เพื่อช่วยลดต้นทุนทางการเงินและเสริมศักยภาพในการดำเนินธุรกิจ

  1. เพิ่มโอกาสการเข้าถึงสินเชื่อให้กับลูกค้ากลุ่ม NCB Score ระดับ EE และ No Score

ซึ่งเป็นกลุ่มที่มักประสบข้อจำกัดในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนในระบบ สะท้อนแนวทางการดำเนินธุรกิจที่มุ่งสร้างโอกาสอย่างเท่าเทียม

  1. ปรับลดวงเงินกู้ขั้นต่ำของผลิตภัณฑ์ขายฝาก

จากเดิม 3 – 50 ล้านบาท เหลือ 2 – 50 ล้านบาท เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถเข้าถึงผลิตภัณฑ์ทางการเงินได้ง่ายขึ้น และตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น

สำหรับภาพรวมเศรษฐกิจไทยในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2569 คาดว่าจะมีแนวโน้มขยายตัวได้ดีกว่าที่หลายฝ่ายประเมินไว้ แม้เศรษฐกิจโลกยังคงเผชิญความไม่แน่นอนจากปัจจัยด้านภูมิรัฐศาสตร์และสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางที่อาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและการค้าโลก อย่างไรก็ตาม เศรษฐกิจภายในประเทศยังได้รับแรงสนับสนุนจากภาคการผลิตและการส่งออกในกลุ่มอุตสาหกรรมศักยภาพสูง โดยเฉพาะธุรกิจชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์และอุตสาหกรรมเครื่องมือแพทย์ที่ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง

ขณะเดียวกัน มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ โดยเฉพาะโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส” มีส่วนสำคัญในการเพิ่มสภาพคล่องและสร้างการหมุนเวียนของเม็ดเงินภายในระบบเศรษฐกิจ ส่งผลให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจในหลายภาคส่วนเริ่มฟื้นตัวและมีทิศทางที่ดีขึ้น

จากปัจจัยสนับสนุนดังกล่าว คาดว่าเศรษฐกิจไทยในช่วงครึ่งปีหลังจะยังสามารถขยายตัวได้อย่างต่อเนื่อง แม้อัตราการเติบโตอาจยังอยู่ในระดับที่ระมัดระวัง โดยคาดว่าการขยายตัวทางเศรษฐกิจทั้งปีจะไม่เกิน 2% แต่ถือเป็นสัญญาณบวกที่สะท้อนถึงความสามารถในการปรับตัวและความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจไทยท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจโลก

ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กล่าวเพิ่มเติมว่า ในปี 2569 บริษัท ตั้งเป้าปล่อยสินเชื่อใหม่ประมาณ 5,000 ล้านบาท จากพอร์ตสินเชื่อรวมราว 10,000 ล้านบาท โดยกว่า 90% เป็นสินเชื่อจำนอง ขณะที่สินเชื่อขายฝากมีสัดส่วนประมาณ 10% และมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง

ในภาวะปัจจุบันที่สถาบันการเงินต่าง ๆ มีความระมัดระวังในการปล่อยสินเชื่อเนื่องจากความกังวลต่อผลกระทบจากปัจจัยภายนอกทำให้การปล่อยสินเชื่อกับกลุ่ม SME มีการชะลอตัวลง แต่เพื่อให้ระบบเศรษฐกิจของกลุ่ม SME รายเล็ก ยังคงเดินหน้าไปต่อได้ บริษัท มีที่ มีเงิน ยังมีผลิตภัณฑ์สินเชื่อจำนองที่ดิน ที่ยังคงคอยสนับสนุนกลุ่มผู้ประกอบการรายย่อย โดยที่ไม่ต้องตรวจ NCB. สำหรับบุคคลธรรมดาวงเงินไม่เกิน 2 ล้านและนิติบุคคลวงเงินไม่เกิน 5 ล้านบาท ซึ่งลูกค้ากลุ่มนี้ NCB.อาจจะเคยติดขัด แต่ยังคงมีความสามารถในการชำระหนี้ได้ สามารถเติมเงินทุนหมุนเวียนต่อลมหายใจให้ธุรกิจไปต่อ  โดยจุดเด่นของ มีที่ มีเงิน คือ เงื่อนไขน้อย รับเงินก้อน ผ่อนสบายนานถึง 10 ปี  นอกจากนี้ บริษัท ยังมีผลิตภัณฑ์ขายฝาก เพื่อช่วยผู้ประกอบการที่ไม่ต้องการผ่อนชำระคืนเป็นรายงวด แต่มีโอกาสที่จะหาแหล่งเงินทุนมาชำระหนี้ภายใน 1 ปีได้ ก็สามารถมาใช้บริการขายฝากในอัตราดอกเบี้ยต่ำ เพื่อนำเงินไปเสริมสภาพคล่องก่อนได้

ในปีนี้บริษัท ขยายฐานโดยตรงผ่านเครือข่ายพันธมิตรภาคเอกชน อาทิ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย หอการค้าไทย หอการค้าจังหวัด และสมาคมธุรกิจต่าง ๆ ทั่วประเทศ เพื่อยกระดับองค์กรจาก “โครงการช่วยเหลือ” สู่การเป็นผู้ให้บริการทางการเงินประเภท Non-Bank ที่ดำเนินธุรกิจอย่างเต็มรูปแบบ

“เป้าหมายสำคัญของเราคือการช่วยให้ผู้ประกอบการรายย่อยสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนที่เป็นธรรม ควบคู่กับการบริหารความเสี่ยงอย่างมีประสิทธิภาพ บริษัทจึงมุ่งเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ยังเปราะบาง และข้อจำกัดด้านการปล่อยสินเชื่อของสถาบันการเงิน โดย ‘มีที่ มีเงิน’ พร้อมเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับผู้ประกอบการที่ขาดสภาพคล่อง แต่มีที่ดินเป็นหลักทรัพย์ในการต่อยอดโอกาสทางธุรกิจ”

“ธุรกิจไปต่อได้… แค่มีที่ ก็มีเงิน”

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *

สำหรับบุคคลที่อาจเป็นลูกค้า ลูกค้าปัจจุบัน และบุคคลที่เกี่ยวข้อง

 

1.วัตถุประสงค์และขอบเขต บริษัท มีที่ มีเงิน จำกัด (“บริษัทฯ”) ยึดมั่นในการปฏิบัติหน้าที่ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (“พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล”) โดยประกาศความเป็นส่วนตัวฉบับนี้ช่วยให้ท่านเข้าใจแนวปฏิบัติของบริษัทฯ ในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน (ตามที่นิยามไว้ด้านล่างนี้) รวมทั้งอธิบายเหตุผลและวิธีการของบริษัทฯ ในการเก็บรวบรวม ใช้ เปิดเผย โอนไปยังต่างประเทศ และ/หรือ ดำเนินการด้วยวิธีอื่นใด (รวมเรียกว่า “ประมวลผล”) ซึ่งข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน และอธิบายสิทธิที่ท่านมีเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน รวมถึงสิทธิในการปกป้องข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าว ประกาศความเป็นส่วนตัวฉบับนี้ใช้บังคับกับการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของบุคคลที่อาจเป็นลูกค้า ลูกค้าปัจจุบัน และบุคคลที่เกี่ยวข้อง โดยบรรดาบุคคลที่เกี่ยวข้องทุกฝ่ายควรอ่านและทำความเข้าใจ รวมถึงทบทวนประกาศความเป็นส่วนตัวฉบับนี้อย่างสม่ำเสมอเพื่อที่จะได้มีความเข้าใจเกี่ยวกับการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านอย่างถ่องแท้ ในประกาศความเป็นส่วนตัวฉบับนี้ “ข้อมูลส่วนบุคคล” หมายถึง ข้อมูลใด ๆ เกี่ยวกับบุคคลธรรมดาที่ยังมีชีวิตอยู่ ซึ่งสามารถทำให้ระบุตัวบุคคลนั้นได้ด้วยข้อมูลนั้นเอง หรือเมื่อนำข้อมูลนั้นไปรวมกับข้อมูลอื่นก็ตาม และ“ข้อมูลส่วนบุคคลที่อ่อนไหว” หมายถึง ข้อมูลส่วนบุคคลใด ๆ เกี่ยวกับเชื้อชาติ เผ่าพันธุ์ ความคิดเห็นทางการเมือง ลัทธิ ความเชื่อในลัทธิศาสนาหรือปรัชญา พฤติกรรมทางเพศ ประวัติอาชญากรรม ข้อมูลสุขภาพ ความพิการ ข้อมูลสหภาพแรงงาน ข้อมูลพันธุกรรม และข้อมูลชีวภาพของบุคคล ประกาศความเป็นส่วนตัวฉบับนี้ใช้บังคับกับบุคคลธรรมดาซึ่งเป็นลูกค้าของบริษัทฯ ทั้งบุคคลที่อาจเป็นลูกค้า ลูกค้าปัจจุบัน และบุคคลที่เกี่ยวข้อง (รวมถึง ผู้รับผลประโยชน์ ผู้ขับขี่ พยาน ผู้ค้ำประกัน คู่สมรสของลูกค้า/ผู้กู้ร่วม ผู้ชนะการประมูล ผู้รับมอบ บุคคลที่สามารถติดต่อสอบถามหรือทวงถามหนี้ได้ และบุคคลที่ติดต่อเข้ามา) ซึ่งในประกาศความเป็นส่วนตัวฉบับนี้จะเรียกโดยรวมว่า “ท่าน” หากท่านมีคำถามหรือข้อเสนอแนะประการใดเกี่ยวกับแนวปฏิบัติของบริษัทฯ ในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน หรือหากท่านต้องการใช้สิทธิของท่านตาม พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ท่านสามารถติดต่อบริษัทฯ ผ่านช่องทางต่อไปนี้ บริษัท มีที่ มีเงิน จำกัด 63/2 อาคารบริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด(มหาชน) ถนนพระราม 9 แขวงห้วยขวาง เขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร เบอร์โทรศัพท์ 02-025-6999 เจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล Email : MKT@meetee.co.th หมายเลขโทรศัพท์ 02-025-6999

 

2.บุคคลที่มีสิทธิในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน เนื่องจากบริษัทฯ มีบทบาทและหน้าที่ในการกำหนดวัตถุประสงค์และวิธีการในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้เป็นไปตาม พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล บริษัทฯ จึงทำหน้าที่เป็นผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน

 

3.ข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทฯ เก็บรวบรวม ข้อมูลส่วนบุคคลทั่วไป กรณีของบุคคลที่อาจเป็นลูกค้า บริษัทฯ เก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของบุคคลที่อาจเป็นลูกค้า ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียงประเภทข้อมูลดังต่อไปนี้ ข้อมูลที่สามารถระบุตัวตนได้ เช่น ชื่อ นามสกุล ชื่อเล่น เลขบัตรประจำตัวประชาชน ข้อมูลประวัติ เช่น เพศ ข้อมูลการติดต่อ เช่น เบอร์โทรศัพท์ ที่อยู่ อีเมล Facebook LINE ID ข้อมูลระบุทรัพย์สินของบุคคล เช่น ประเภททรัพย์สินที่มี ทะเบียนรถยนต์ ยี่ห้อรถยนต์ เลขที่โฉนด ความเป็นเจ้าของ ข้อมูลเกี่ยวกับการจ้างงาน เช่น อาชีพ รายได้ และ ข้อมูลอื่น ๆ เช่น บัญชี Facebook วงเงินสินเชื่อที่สนใจ ผลิตภัณฑ์ที่สนใจ กรณีของลูกค้าปัจจุบันและบุคคลที่เกี่ยวข้อง (รวมถึง ผู้รับผลประโยชน์ ผู้ขับขี่ พยาน ผู้จัดการมรดก ผู้ค้ำประกัน ผู้กู้ร่วม คู่สมรสของลูกค้า/ผู้กู้ร่วม บุคคลที่สามารถติดต่อสอบถามหรือทวงถามหนี้ได้ และบุคคลที่ติดต่อเข้ามา) บริษัทฯ เก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าปัจจุบันและบุคคลที่เกี่ยวข้อง (รวมถึง ผู้รับผลประโยชน์ ผู้ขับขี่ พยาน ผู้จัดการมรดก ผู้ค้ำประกัน ผู้กู้ร่วม คู่สมรสของลูกค้า/ผู้กู้ร่วม บุคคลที่สามารถติดต่อสอบถามหรือทวงถามหนี้ได้ และบุคคลที่ติดต่อเข้ามา) ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียงประเภทข้อมูลดังต่อไปนี้ ข้อมูลที่สามารถระบุตัวตนได้ เช่น ชื่อ นามสกุล ชื่อเล่น ลายมือชื่อ สำเนาทะเบียนบ้าน สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน เลขบัตรประจำตัวประชาชน สำเนาใบอนุญาตขับขี่ ลายมือชื่อ รหัสลูกค้า รูปภาพ ข้อมูลประวัติ เช่น เพศ สัญชาติ อายุ ความสัมพันธ์กับลูกค้า เพศ วันเกิด สถานภาพการสมรส จำนวนบุตร ส่วนสูง น้ำหนัก ข้อมูลการติดต่อ เช่น ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ อีเมล บัญชี LINE บัญชี Facebook แผนที่บ้าน ข้อมูลการเงิน เช่น เลขที่บัญชีธนาคาร สำเนาบัญชีธนาคาร แหล่งที่มาของรายได้ จำนวนหนี้และอัตราดอกเบี้ย ยอดหนี้ค้างชำระ ยอดหนี้ครบกำหนดชำระ ข้อมูลระบุทรัพย์สินของบุคคล เช่น รายละเอียดหลักประกัน วงเงิน สำเนาโฉนดที่ดิน สำเนาทะเบียนรถยนต์ รูปและรายละเอียดของหลักทรัพย์ กรรมสิทธิ์ในที่อยู่ ข้อมูลเกี่ยวกับการจ้างงาน เช่น อาชีพ ตำแหน่ง รายได้ หนังสือรับรองเงินเดือน อายุงาน สถานที่ทำงาน ข้อมูลอื่น ๆ เช่น เลขที่สัญญา วันที่ทำสัญญา รายละเอียดการขอเอาประกันภัย บันทึกเสียง รายละเอียดการชำระค่างวด เรื่องที่ต้องการร้องเรียน ข้อมูลส่วนบุคคลที่อ่อนไหว นอกเหนือจากข้อมูลส่วนบุคคลที่ระบุไว้ข้างต้น บริษัทฯ อาจประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่อ่อนไหวของลูกค้าปัจจุบันและบุคคลที่เกี่ยวข้อง (รวมถึง ผู้รับผลประโยชน์ ผู้ขับขื่ พยาน ผู้จัดการมรดก ผู้ค้ำประกัน ผู้กู้ร่วม คู่สมรสของลูกค้า/ผู้กู้ร่วม บุคคลที่สามารถติดต่อสอบถามหรือทวงถามหนี้ได้ และบุคคลที่ติดต่อเข้ามา) ดังต่อไปนี้ ข้อมูลสุขภาพ ข้อมูลความพิการ ข้อมูลศาสนา ข้อมูลเชื้อชาติ

 

4.บริษัทฯ เก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่านอย่างไร โดยทั่วไปแล้ว บริษัทฯ จะเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของบุคคลที่อาจเป็นลูกค้า ลูกค้าปัจจุบัน และบุคคลที่เกี่ยวข้อง (รวมถึง ผู้รับผลประโยชน์ ผู้ขับขี่ พยาน ผู้จัดการมรดก ผู้ค้ำประกัน ผู้กู้ร่วม คู่สมรสของลูกค้า/ผู้กู้ร่วม บุคคลที่สามารถติดต่อสอบถามหรือทวงถามหนี้ได้ และบุคคลที่ติดต่อเข้ามา) โดยตรง อย่างไรก็ตาม ในบางกรณี บริษัทฯ อาจเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลโดยอ้อมจากบุคคลที่สาม

 

5.บริษัทฯ นำข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปใช้อย่างไร กรณีของบุคคลที่อาจเป็นลูกค้า บริษัทฯ ใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของบุคคลที่อาจเป็นลูกค้า เพื่อดำเนินการต่าง ๆ ตามขอบเขตและวัตถุประสงค์ในดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง การติดต่อ การทำการตลาด กรณีของลูกค้าปัจจุบันและบุคคลที่เกี่ยวข้อง (รวมถึง ผู้รับผลประโยชน์ ผู้ขับขี่ พยาน ผู้จัดการมรดก ผู้ค้ำประกัน ผู้กู้ร่วม คู่สมรสของลูกค้า/ผู้กู้ร่วม บุคคลที่สามารถติดต่อสอบถามหรือทวงถามหนี้ได้ และบุคคลที่ติดต่อเข้ามา) บริษัทฯ ใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าปัจจุบันและบุคคลที่เกี่ยวข้อง เพื่อดำเนินการต่าง ๆ ตามขอบเขตและวัตถุประสงค์ในดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง การทำการตลาด การจัดกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับวัตถุประสงค์ทางการตลาด การติดต่อ การยืนยันตัวตน การขายประกันภัยทางโทรศัพท์ การวิเคราะห์ความเสี่ยงในการให้สินเชื่อ การพิจารณาอนุมัติสินเชื่อ การติดตามทวงหนี้ และการสืบทรัพย์ การตรวจสอบยืนยันการปิดหนี้ การยึดหลักทรัพย์ และทำรายงาน การประมูลหลักทรัพย์ที่ยึดมา การดำเนินคดี การดำเนินการที่เกี่ยวข้องกับการสมัครประกันภัย การตรวจสอบการทำธุรกรรมรายการต้องสงสัยตามข้อกำหนดสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน การตรวจสอบลงพื้นที่ การจดหลักประกันทางธุรกิจ การเก็บข้อมูลในฐานข้อมูล การรับเรื่องติดต่อผ่านช่องทาง Call Center การรับเรื่องร้องเรียน การตอบคำถามผ่านช่องทางออนไลน์ การคืนเงินเยียวยา การจัดส่งสินค้า การทำเอกสารทางการเงิน เช่น การออกใบเสร็จตรวจสอบเงินเกิน การทำบัญชีลูกหนี้ การทำบัญชีเจ้าหนี้ การออกใบกำกับภาษี การออกเอกสารรับชำระค่างวด บริษัทฯ อาศัยฐานทางกฎหมายและเงื่อนไขพิเศษบางประการดังต่อไปนี้ในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน อนึ่ง ฐานทางกฎหมายและเงื่อนไขพิเศษบางประการที่ระบุด้านล่างนี้ มิได้ใช้กับการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านทั้งหมด โดยการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลอาจอาศัยฐานทางกฎหมายเพียงฐานใดฐานหนึ่งหรือหลายฐานรวมกันก็ได้ ฐานสัญญา บริษัทฯ มีหน้าที่ในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเพื่อปฏิบัติหน้าที่ตามสัญญากู้ โดยข้อมูลส่วนบุคคลที่ต้องใช้ในการประมวลผลตามฐานนี้ เป็นข้อมูลส่วนใหญ่ซึ่งปรากฏในข้อ 3. ในกรณีที่ท่านไม่ให้ข้อมูลส่วนบุคคลใดแก่บริษัทฯ เพื่อวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้ บริษัทฯ อาจไม่สามารถติดต่อหรือเข้าทำสัญญากับท่านได้ ฐานประโยชน์อันชอบธรรม เฉพาะในบางกรณี บริษัทฯ จำเป็นต้องใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเพื่อประโยชน์อันชอบธรรมของบริษัทฯ หรือของบุคคลที่สาม ทั้งนี้ ประโยชน์อันชอบธรรมดังกล่าวจะต้องไม่มีความสำคัญเหนือไปกว่าประโยชน์และสิทธิและเสรีภาพขั้นพื้นฐานของท่าน ฐานความยินยอม ในบางกรณี บริษัทฯ จำเป็นต้องได้รับความยินยอมโดยชัดแจ้งจากบุบุคคลที่อาจเป็นลูกค้า ลูกค้าปัจจุบัน และบุคคลที่เกี่ยวข้องในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของบุคคลที่อาจเป็นลูกค้า ลูกค้าปัจจุบัน และบุคคลที่เกี่ยวข้องสำหรับการติดต่อรวมถึงการทำการตลาด ฐานหน้าที่ตามกฎหมาย บริษัทฯ มีหน้าที่ในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านตามหน้าที่ตามกฎหมาย คำสั่งศาล หรือคำพิพากษาใด ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินการของบริษัทฯ ในกรณีที่ท่านไม่ให้ข้อมูลส่วนบุคคลใดแก่บริษัทฯ เพื่อวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้ อาจมีผลที่ตามมาตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง การปฏิบัติตามกฎหมายเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์เกี่ยวกับฐานประโยชน์สาธารณะที่สำคัญ บริษัทฯ มีความจำเป็นในการปฏิบัติตามกฎหมายเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์เกี่ยวกับประโยชน์สาธารณะที่สำคัญสำหรับการเก็บข้อมูลสุขภาพของลูกค้าที่ต้องการสมัครประกันภัยวินาศหรือประกันภัยชีวิต

 

6.บริษัทฯ เปิดเผยหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้กับบุคคลใดบ้าง บริษัทฯ อาจจำเป็นต้องเปิดเผยหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้แก่บุคคลภายนอกเพื่อประมวลข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน โดยบุคคลดังกล่าวอาจรวมถึงบุคคลดังต่อไปนี้ บริษัทในเครือที่เกี่ยวข้อง ผู้ให้บริการคลาวด์ Outsourced Agency ที่ทำการติดตามทวงหนี้ บริษัทประมูล หน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้อง บริษัทประกัน พนักงานภายนอก บริษัทตรวจสอบบัญชี บริษัทที่ทำการจัดเก็บเอกสาร บริษัทขนส่ง

 

7.การโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปยังต่างประเทศ เพื่อวัตถุประสงค์ที่ระบุไว้ในประกาศความเป็นส่วนตัวฉบับนี้ บริษัทฯ อาจเปิดเผยหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้แก่บุคคลภายนอกหรือเซิร์ฟเวอร์ที่อยู่ในต่างประเทศซึ่งอาจมีมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลเช่นเดียวกับประเทศไทยหรือไม่ก็ได้ นอกจากนี้ บริษัทฯ ได้ดำเนินมาตรการเพื่อให้มั่นใจว่าข้อมูลส่วนบุคคลของท่านถูกโอนไปอย่างปลอดภัยและผู้รับข้อมูลส่วนบุคคลมีการใช้มาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่เหมาะสม และการโอนข้อมูลส่วนบุคคลนั้นเป็นไปตาม พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

 

8.มาตรการรักษาความปลอดภัยเพื่อการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล บริษัทฯ ได้จัดให้มีมาตรการเชิงเทคนิคและมาตรการเชิงบริหารจัดการเพื่อป้องกันการสูญหายของข้อมูลส่วนบุคคล การใช้ข้อมูลส่วนบุคคลในทางที่ผิด รวมทั้งการเข้าถึง การเปิดเผย และการเปลี่ยนแปลงข้อมูลส่วนบุคคลของท่านโดยไม่ได้รับอนุญาต และบุคคลภายนอก