23 มิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา หอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ร่วมประชุมหารือกับภาคการเงิน
เพื่อขับเคลื่อนความร่วมมือด้านการเพิ่มโอกาสการเข้าถึงแหล่งทุนของผู้ประกอบการ SMEs ไทย พร้อมผลักดันแนวทางเสริมสภาพคล่องและพัฒนาศักยภาพธุรกิจ อันจะช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งให้ภาคธุรกิจไทยสามารถปรับตัวและเติบโตได้อย่างยั่งยืนท่ามกลางความท้าทายทางเศรษฐกิจ
SMEs ถือเป็นกลไกสำคัญของระบบเศรษฐกิจไทย ทั้งในด้านการจ้างงาน การสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ และการกระจายรายได้สู่ชุมชนทั่วประเทศ อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการจำนวนไม่น้อยยังเผชิญข้อจำกัดในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนที่สอดคล้องกับความต้องการของธุรกิจ ซึ่งส่งผลต่อความสามารถในการรักษาสภาพคล่อง การลงทุน และการขยายกิจการในระยะยาว
จากบริบทดังกล่าว หอการค้าไทยและภาคการเงินจึงเห็นความสำคัญของการสร้างระบบสนับสนุนทางการเงินที่เข้าถึงได้มากขึ้น โดยมุ่งพัฒนาเครื่องมือและทางเลือกทางการเงินที่ตอบโจทย์ผู้ประกอบการในแต่ละช่วงการเติบโตของธุรกิจ เพื่อช่วยลดข้อจำกัดด้านเงินทุน เพิ่มโอกาสในการแข่งขัน และเสริมความพร้อมให้ผู้ประกอบการไทยสามารถเติบโตได้อย่างมั่นคง
หนึ่งในประเด็นสำคัญของการหารือครั้งนี้ คือ ความร่วมมือกับ บริษัท มีที่ มีเงิน จำกัด ในการสนับสนุนทางเลือกด้านเงินทุนแก่ผู้ประกอบการ ผ่านการนำสินทรัพย์ที่ดินมาใช้เป็นหลักประกันในการเข้าถึงแหล่งทุนอย่างเหมาะสม ช่วยเสริมสภาพคล่องและปลดล็อกศักยภาพทางการเงินของธุรกิจ โดยเฉพาะกลุ่มผู้ประกอบการรายย่อยและ SMEs ที่มีสินทรัพย์แต่ยังเข้าไม่ถึงแหล่งเงินทุนในระบบ

เพิ่มโอกาสในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนและตอบโจทย์ความต้องการของผู้ประกอบการได้อย่างครอบคลุมมากยิ่งขึ้น บริษัท มีที่ มีเงิน จำกัด ได้ปรับปรุงเงื่อนไขผลิตภัณฑ์ทางการเงินอย่างต่อเนื่อง โดยลดอัตราดอกเบี้ยเริ่มต้นของสินเชื่อจำนองที่ดินเหลือเพียง 6.75% ต่อปี พร้อมขยายระยะเวลาผ่อนชำระสูงสุดเป็น 10 ปี จากเดิม 5 ปี รวมถึงปรับลดวงเงินกู้ขั้นต่ำของผลิตภัณฑ์ขายฝากจาก 3 ล้านบาท เหลือ 2 ล้านบาท เพื่อช่วยลดภาระทางการเงิน เพิ่มสภาพคล่อง และเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการรายย่อยสามารถเข้าถึงแหล่งทุนได้ง่ายขึ้น นำเงินทุนไปใช้ในการดำเนินธุรกิจ ลงทุน หรือขยายกิจการได้อย่างมีประสิทธิภาพ
นายวีระชัย อมรถกลสุเวช ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท มีที่ มีเงิน จำกัด กล่าวว่า
“SMEs เป็นรากฐานสำคัญของเศรษฐกิจไทย แต่ผู้ประกอบการจำนวนมากยังเผชิญความท้าทายในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนที่เหมาะสมกับศักยภาพของธุรกิจ เราเชื่อว่าการสร้างทางเลือกทางการเงินที่ยืดหยุ่น โปร่งใส และเข้าถึงได้ จะช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถเปลี่ยนสินทรัพย์ที่มีอยู่ให้กลายเป็นทุนสำหรับการพัฒนาธุรกิจ เพิ่มสภาพคล่อง และสร้างโอกาสการเติบโตได้อย่างมั่นคง”
“การปรับปรุงผลิตภัณฑ์ในครั้งนี้สะท้อนถึงความตั้งใจของบริษัทฯ ในการพัฒนาโซลูชันทางการเงินที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้ประกอบการยุคปัจจุบัน โดยเฉพาะกลุ่ม SMEs ที่ต้องการเงินทุนหมุนเวียนหรือเงินลงทุนเพิ่มเติม เพื่อเสริมศักยภาพการแข่งขันและรองรับโอกาสทางธุรกิจในอนาคต เราต้องการให้ ‘ที่ดิน’ เป็นมากกว่าสินทรัพย์ที่ถือครอง แต่เป็นโอกาสในการสร้างการเติบโตให้กับธุรกิจไทย”
ทั้งนี้ ทุกภาคส่วนเห็นพ้องร่วมกันว่า การสร้างระบบนิเวศทางการเงินที่เอื้อต่อผู้ประกอบการจะเป็นปัจจัยสำคัญในการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของ SMEs ไทย ลดข้อจำกัดด้านการเข้าถึงทุน และเสริมความพร้อมให้ภาคธุรกิจไทยสามารถรับมือกับการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจในอนาคตได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ความร่วมมือในครั้งนี้จึงไม่เพียงเป็นการเชื่อมโยงผู้ประกอบการกับแหล่งเงินทุนเท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึงความมุ่งมั่นร่วมกันในการสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจ ส่งเสริมการเติบโตของธุรกิจไทย และร่วมขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศให้เติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว
เพราะเราเชื่อว่า
“ธุรกิจไปต่อได้ แค่มีที่ก็มีเงิน”